5 กุมภาพันธ์ 2025
5 กุมภาพันธ์ 2025
ต้อกระจก (Cataract)
เรียบเรียงโดย พญ.ศศิวรินทร์ หลวงพิทักษ์ชุมพล
ต้อกระจกคืออะไร
ความผิดปกติเกี่ยวกับเลนส์แก้วตาจนทำให้เลนส์ไม่ใส-ขุ่นมัว บดบังแสงที่จะผ่านเข้าสู่จอประสาทตา ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนแม้ใส่แว่นตา ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะต้อกระจกเกิดจากความเสื่อมตามวัยของโปรตีนในเลนส์แก้วตาที่พบได้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี
อาการของต้อกระจก
1. การมองเห็นลดลง
- ระดับการมองเห็นลดลง ความคมชัดภาพหรือสีเพี้ยนไป หากเป็นมากจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านป้าย อ่านหนังสือ
2. แสงไฟกระจาย แสงแตก
- สู้แสงสว่างไม่ได้ โดยเฉพาะขับรถกลางคืน
3. ค่าสายตาเปลี่ยนแปลง
- การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเลนส์แก้วตา ทำให้ค่าสายตาสั้น-ยาว-เอียง เปลี่ยนแปลง ในระยะแรกของโรคต้อกระจกสามารถแก้ไขปัญหาการมองเห็นด้วยการใส่แว่นตา
4. ภาพซ้อน
- ลักษณะภาพซ้อน ขอบไม่ชัด ภาพแตกพร่า แม้ใช้ตาข้างเดียวมอง อย่างไรก็ตามสาเหตุของอาการภาพซ้อนอาจเกิดจากโรคร้ายแรงอื่นๆได้ เช่น การอัมพาตของเส้นประสาทตาหรือโรคในสมอง ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว ควรปรึกษาจักษุแพทย์
5. ต้อหินทุติยภูมิ ม่านตาอักเสบ
- เมื่อต้อกระจกสุกเกินไปอาจทำให้เกิดโรคต้อหิน การอักเสบภายในตา ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดตา ตาแดง และอาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นถาวรได้ และการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดมากกว่า
สาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกิดต้อกระจก
- การสัมผัสแสงแดด แสงยูวี เป็นระยะเวลานาน
- โรคประจำตัวบางชนิดเช่น เบาหวาน ไทรอยด์ผิดปกติ ภูมิแพ้ผิวหนัง
- การใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์ ยาหม้อ-ยาลูกกลอน เป็นระยะเวลานาน
- โรคทางตา เช่น ม่านตาอักเสบ ตาติดเชื้อ หลังผ่าตัดจอประสาทตา
- อุบัติเหตุกระแทกรุนแรง/ สารเคมี/ ไฟฟ้าช๊อต-ฟ้าผ่า
การรักษาต้อกระจก
ปัจจุบันยังไม่มียากิน – หยอดชนิดใดที่สามารถรักษาต้อกระจกให้ลดลงหรือหายได้ ในระยะแรกสามารถแก้ไขปัญหาสายตาด้วยการใส่แว่นสายตาเพื่อให้มองเห็นชัดเจนขึ้น และตรวจติดตามกับจักษุแพทย์เป็นระยะ เพื่อพิจารณาการผ่าตัดสลายต้อกระจกใส่เลนส์แก้วตาเทียมในระยะเวลาที่เหมาะสม
บทความยอดนิยม